ภาคเรียนใหม่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ และเด็กๆ บางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องเผชิญกับชีวิตในภาคเรียนใหม่ เหตุใดจึงเกิดสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ปกครองควรช่วยเหลือบุตรหลานอย่างไรเพื่อรับมือและปรับตัว หวาง กัง คณบดีโรงพยาบาลปักกิ่งอันติงที่สังกัดมหาวิทยาลัยการแพทย์แคปิตอล จะให้คำแนะนำในการรับสมัครนักศึกษา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภาคเรียนใหม่ของชีวิต เด็กบางคนไม่ได้เตรียมตัวทางจิตใจและดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปก่อนที่จะเปิดเทอมด้วยซ้ำ อาการผิดปกติทางจิตใจที่แสดงออกอย่างชัดเจนของความไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในภาคเรียนใหม่ก่อนและหลังสิ้นสุดวันหยุดและช่วงเปิดเทอมนี้ เรียกกันทั่วไปว่า "อาการเริ่มเรียน"
สาเหตุของอาการ 'Back to School Syndrome' คืออะไร?
แก่นแท้ของ 'Back to School Syndrome' คือการเปลี่ยนผ่านจากวันหยุดเป็นภาคเรียน ความรู้สึกที่เด็กและวัยรุ่นรับรู้ได้มากที่สุดในกระบวนการนี้คือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในกิจวัตรประจำวันของพวกเขา โดยมีเวลาเรียนและเวลานอนที่แน่นอน ทำให้ความรู้สึกควบคุมเวลาว่างของพวกเขาลดลงอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เด็กและวัยรุ่นมีปัญหาในการปรับตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ประการที่สอง การเริ่มเข้าเรียนหมายถึงภาระทางวิชาการและความกดดันที่มากขึ้น และเด็กๆ และวัยรุ่นก็จะเข้าสู่โหมดความคิดที่ต่างออกไปจากช่วงวันหยุดที่สบายๆ อย่างกะทันหัน ซึ่งนำไปสู่อารมณ์ด้านลบ เช่น ความตึงเครียดและความทุกข์ในที่สุด
นอกจากนี้ ความไม่เต็มใจที่จะแยกทางจากผู้ปกครอง ความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลภายในโรงเรียน และความยากลำบากในการปรับตัวเนื่องจากการศึกษาต่อหรือการโอนย้าย ก็เป็นสาเหตุทั่วไปของ "อาการกลับสู่โรงเรียน" เช่นกัน
อาการที่บ่งบอกถึง ‘Back to School Syndrome’ มีลักษณะเฉพาะอย่างไรบ้าง?
จากการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทางจิตวิทยาที่กล่าวมาข้างต้น การปรับตัวที่ไม่ดีกับโรงเรียนอาจนำไปสู่ปัญหาทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล อาการทางกาย เช่น นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ความเสื่อมถอยทางสติปัญญา เช่น สูญเสียความทรงจำและสมาธิสั้น และในรายที่ร้ายแรง อาจเกิดความผิดปกติทางสังคม เช่น ไม่ชอบเรียนรู้และถอนตัวจากสังคม และอาจพัฒนาเป็นโรคทางจิตต่างๆ ในเด็กและวัยรุ่นได้
สัญญาณเตือนและอาการทุกข์ใจอะไรบ้างที่ควรให้ความสนใจ?
ในความเป็นจริง เมื่อเด็กและวัยรุ่นประสบกับ “อาการ Back to School Syndrome” พวกเขามักจะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ปกครอง ผู้ปกครองควรใส่ใจพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ต่อไปนี้ และอย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณความทุกข์ของลูกๆ:

